วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เคล็ดลับการทำงานอย่างมีสุข

       หากเจ้าหน้าที่ท่านใดกำลังมีความรู้สึกว่า “เบื่อ เบื่อ เบื่องานจังเลย ทำไมงานมันวุ่นวายแบบนี้เนี่ย
ไม่มีความสุขเลยจริง ๆ” รอน้ำลงทำใจให้สบาย หายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆเจริญสติสักครู่และมาอ่านบทความนี้กันถึงอย่างน้อยตัวท่านเองนั้นยังมีความรู้สึกอันแรงกล้าว่ายังอยากจะชนะปัญหาอุปสรรคขวากหนามที่ขวางทางอยู่บนหนทางข้างหน้าและมีจิตวิญาณของนักสู้อยู่ในสายเลือดแล้วละก็ บทความนี้ส่วนงานคุ้มครองจริยธรรมขอเสนอเพื่อเป็นตัวช่วยให้คุณได้ก้าวผ่านความทุกข์และความเบื่อหน่ายที่ว่ายเวียนอยู่ในวิถีการทำงานของคุณไปได้ด้วยเคล็ดลับการทำงานอย่างมีความสุขที่สามารถปฏิบัติได้ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

๑.มองให้เห็นคุณค่าของงานราชการถือเป็นงานที่มีความสำคัญของประเทศแต่หากว่าคำว่าลาออก
นั้น เป็นการคิดสั้น ด่วนสรุปเกินไป และตัวท่านเองนั้นยังมีความรู้สึกอันแรงกล้าว่ายังอยากจะชนะปัญหา
อุปสรรคขวากหนามที่ขวางทางอยู่บนหนทางข้างหน้า และมีจิตวิญญาณของนักสู้อยู่ในสายเลือดแล้วล่ะก็บทความนี้ก็ขอเป็นตัวช่วยให้คุณได้ก้าวผ่านความทุกข์และความเบื่อหน่ายที่ว่ายเวียนอยู่ในวิถีการทำงานของคุณไปได้ ด้วยเคล็ดลับการทำงานอย่างมีสุขที่สามารถปฏิบัติได้ง่ายๆ ดังนี้คือ
     ประการแรก เริ่มงานอย่างสดชื่นกระปรี้กระเปร่าและและปลอดโปร่ง ซึ่งวิธีการที่จะกระตุ้นความสด
ชื่นแจ่มใสให้พร้อมลุยกับงานอันหนักหน่วงในแต่ละวันนั้นก็มีมากมายหลากหลายวิธี เช่น เริ่มจากการยิ้มให้กับตัวเองในตอนอรุณรุ่ง เมื่อเราตื่นมาด้วยรอยยิ้มโลกนี้ก็จะสว่างสดใสขึ้นทันตา คิดถึงแต่เรื่องดีๆ และวางแผนไว้ในหัวอย่างคร่าวๆ ว่าวันนี้เราจะทำอะไรไว้ก่อนเนิ่นๆ เช้านี้จะทานอะไรดีนะ พอไปถึงที่ทำงานเราจะทำอะไรบ้าง ซึ่งการคิดทบทวนกับตนเองเช่นนี้จะเป็นการกระตุ้นให้สมองเตรียมพร้อมรับกับงาน และยังช่วยไม่ให้เราหลงลืมงานที่ต้องสะสางและรับผิดชอบอีกด้วยเมื่อเราอาบน้ำลองใช้สบู่ หรือครีมอาบน้ำที่มีกลิ่นหอมละมุน เช่นกลิ่นดอกไม้ ผลไม้ จำพวกกุกลาบแอปเปิ้ล มะลิ พร้อมกับอาบน้ำเย็นให้เนื้อตัวได้รับความสดชื่น ซึ่งกลิ่นหอมๆ เหล่านี้ก็มีส่วนช่วยให้เราคลายความเครียด ได้เป็นอย่างดี
และเมื่อเรารู้สึก ปลอดโปล่ง กระปรี้กระเปร่า ตื่นตัว แล้วเราก็จะมีความคิดที่เฉียบแหลม พร้อมรับกับปัญหาได้อยู่เสมอ
     ประการที่สอง ปรับปรุงบุคลิกภาพให้เหมาะสมกับตำแหน่งและลักษณะงาน ซึ่งการที่เรามี
บุคลิกภาพที่ดี จะมีส่วนช่วยอย่างมากทีเดียวที่จะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ เคารพ ชื่นชมในตัวเรา ซึ่งเรา
จะต้องพิจารณาก่อนว่า เรากำลังทำงานอยู่ในส่วนใด ตำแหน่งไหน และเราควรจะปรับปรุงบุคลิกภาพของเราให้ดีขึ้นในด้านไหนได้บ้าง เช่น การเพิ่มความมั่นใจในตนเอง ลักษณะการพูดจาที่ไพเราะ การเดิน ยืน นอนหรือ นั่ง และที่สำคัญคือควรมีรอยยิ้มประดับไว้อยู่บนใบหน้าเสมอๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เราดูเป็นมิตร น่าเข้าหาเข้าใกล้ โดยที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงให้เหนื่อยยากเลยแม้แต่น้อย
     ประการที่สาม สนทนาแลกเปลี่ยนกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับงานอยู่เสมอการทำงานส่วนใหญ่นั้นมักจะมีลักษณะการทำงานเป็นทีม หรือมักมีผู้ร่วมงานด้วยกันอยู่เสมออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องรู้จักปรับตัวเข้าหาผู้อื่นบ้าง ไม่ควรทำตัวเฉยเมย ดื้อด้าน ด้านชา จองหอง อวดดีหรือคิดว่าตัวเรานั้นเก่ง เลิศเลอเพอร์เฟ็กต์ไปเสียหมด จึงควรรู้จักเข้าหาผู้อื่นโดยอย่ารีรอ เริ่มจากการทักทายปราศรัย เช่น “พี่เป็นอย่างไรบ้างครับ?” , “น้องกินอะไรมาหรือยัง?” ชื่นชม “วันนี้ใส่เสื้อสวยจังนะเธอ”, “มาแต่เช้าเลยนะครับ” สอบถาม “พี่ครับงานตรงนี้มันต้องทำอย่างไรบ้างครับ”, “พี่ว่าควรจะแก้งานตรงไหนดีคะเนี่ย” รวมถึง รู้จักกล่าวคำขอโทษ และ ขอบคุณให้เป็น สิ่งเหล่านี้จะช่วยทะลายกำแพงที่กั้นขวางระหว่างเราและบุคคลอื่นได้ และช่วยให้งานของเราราบรื่นขึ้น
     ประการที่สี่ศึกษาวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม ซึ่งลักษณะโดยทั่วไปของการทำงาน
แล้ว ในแต่ละวันเรามักจะได้พบเจอกับปัญหาแปลกๆ ใหม่ๆ ทั้งเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง มาคอยท้าทายเราอยู่ให้ปวดหัวกลุ้มใจเล่น ดังนั้นเราจึงควรรู้จักที่จะตั้งรับ แก้ไขปัญหาให้เป็น และอย่าใช้แค่ความเคยชินทำงาน ซึ่งเราต้องรู้จักที่จะเรียนรู้ ศึกษา ตื่นตัวเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ให้ทัน พร้อมกับเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้นมาด้วยจิตใจที่เข้มแข็งไม่ท้อถอย พึงระลึกไว้ว่า ทุกปัญหานั้นมีทางแก้ทางออกอยู่เสมอ
     ประการที่ห้าใส่ความกระตือรือร้นและพลังวังชาลงไปในงาน ทั้งสองอย่างนั้นมีความสำคัญที่
เกี่ยวเนื่องกันทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งเราควรจะรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยการทานอาหารให้ครบทั้งห้าหมู่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่ รวมไปถึงดื่มน้ำให้เพียงพอ ใส่ใจกับการออกกำลังกายบ้าง อย่างน้อยอาทิตย์ละสามวัน ครั้งละครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อย และพยายามรักษาตนไม่ให้เจ็บไข้ได้ป่วยบ่อยจนเกินไป เพราะจะส่งผลต่อจิตใจและประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลง ได้ อีกทั้งควรมีความกระตือรือร้น ไม่เก็บงานดองไว้ และค่อยทำแบบสุกเอาเผากิน หรือทำแบบเพียงให้ผ่านหรือขอไปที เพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัย เกิดความผิดพลาดในเนื้องานได้ง่าย หรือ อาจทำงานไม่ทันส่งตามกำหนด
    ประการที่หกหมั่นบันทึกเพื่อกันลืมสำหรับตนเอง เมื่อมีงานเข้ามามาก หลายชิ้นในเวลาพร้อมๆ กันอาจทำให้เราเกิดความหลงลืม สับสนใจ วิธีการจดบันทึกไว้ในสมุดงาน หรือการเขียนบอกไว้ในกระดาษโน้ตหรือกระดาน ก็จะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้เราจำได้ และสามารถจัดลำดับงานได้ว่า สิ่งใดควรทำก่อน สิ่งใดควรทำที่หลัง และจะทำให้การทำงานนั้นรวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งในบางครั้งยังเป็นสิ่งที่อ้างอิงได้ในภายภาคหน้าอีกด้วย
     ประการที่เจ็ดหมั่นหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำการหรืองานใดก็ตามองค์ความรู้ย่อม
เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมให้เราทำงานนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างเสริมปัญญาเป็นดังขุมทรัพย์ที่จะติดตัวเราไปได้ตลอด ดังนั้นเราจึงควรที่จะใฝ่หาและศึกษาค้นคว้าความรู้ที่เกี่ยวข้องในตัวงานนั้นเพิ่มเติม โดยการอ่าน และการรับฟังผู้อื่นเพื่อเปิดโลกทัศน์ของเราให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น หากมีข้อสงสัยก็โทรไปสอบถามผู้รู้เพื่อให้ได้ความกระจ่าง อย่าเกรงใจจนทำให้เราติดอยู่กับปัญหา หรือแก้ไขปัญหาไปอย่างผิดทิศผิดทางเพราะความไม่รู้จริง ผู้ที่หมั่นเรียนรู้อยู่เป็นวิสัยย่อมมีโอกาสก้าวหน้าก้าวไกลไปได้มากกว่าผู้ที่ทำตัวเป็นแก้วที่ปริ่มน้ำ ไม่ยอมรับความรู้ใหม่ๆ หรือรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
     ประการที่แปดหากต้องการคลายเครียดลองหาหนังสือธรรมะ หรือหนังสือแนวให้กำลังใจมาอ่าน
เพราะหนังสือธรรมะ หรือหนังสือแนวให้กำลังใจดีๆ สักเล่ม มักจะเป็นหนังสือที่ให้แง่คิด ปลุกไอเดีย เพิ่มเติมกำลังใจช่วยให้เรามีสติ ได้หยุดคิดทบทวนไตร่ตรอง และขจัดปัดฝุ่นในใจอันทุกเศร้าหมองหม่นของเราไปตัวอย่างหนังสือแนวธรรมะและให้กำลังใจที่น่าสนใจเช่น หนังสือชุดเข็มทิศชีวิต หรือของท่าน ว.วชิระเมธีท่านพุทธทาส ภิกขุ เป็นต้น
     ประการที่เก้าอย่าจริงจังกับงานและใช้ชีวิตอย่างเคร่งเครียด หลายๆ ท่านคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า
“ชีวิตของคนเรานั้นสั้นนัก” ดังนั้นเราจึงควรใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพื่อมอบเป็นรางวัลให้แด่ตนเอง การงานนั้นมีไว้ให้เราจัดการ บริหารให้ลงตัว ไม่ได้มีไว้เพื่อแบกหรือเอาเก็บมาคิดมาเครียดจนทำให้เรารู้สึกทุกข์ เมื่อมีงาน มีปัญหาที่ต้องสะสางเราก็ควรทำมันให้ดีที่สุด พยายามให้เต็มที่ แต่ถ้าทำแล้วพยายามแล้วไม่ได้ผล ก็ควรรู้จักที่จะปล่อยวาง และทำใจให้ได้ อย่าเอาชีวิตทั้งหมดของเราไปผูกกับปัญหา หรืองาน จนเกินขอบเขต ซึ่งความเครียดไม่เคยส่งผลดีต่อตัวเราเอง รวมถึงอาจทำให้คนรอบข้างเรา และคนที่เรารักก็ต้องพลอยทุกข์ใจตามไปด้วย วิธีผ่อนคลายนอกจากจะอ่านหนังสือธรรมะดีๆ สักเล่มดังที่ได้กล่าวไว้แล้ว การฟังเพลง หรือทำ
กิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่เราสนใจหรือชื่นชอบ เช่นเล่นกีฬา ถักไหมพรม ดูภาพยนตร์เรื่องโปรด หรือ
ทำอาหารอร่อยๆ ทาน ก็ จะเป็นสิ่งที่เพิ่มเติมความสุขและสีสันให้แก่ชีวิตตนเองได้
     ประการที่สิบแบ่งงานออกเป็นส่วนๆ และลำดับความสำคัญของงาน ซึ่งเป็นอีกประการหนึ่งที่มีส่วนช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีความสุขและราบรื่น เพราะหากเราแบ่งงานเป็น เราก็จะไม่ต้องเสียเวลากับงานที่ไม่สำคัญมากจนเกินไป และมีเวลาไปทำงานชิ้นใหญ่กว่าหรือสำคัญกว่าแทน อันมีผลให้งานนั้นเสร็จเร็ว ไม่วุ่นวายปวดหัว อาจเริ่มจากการแยกงานว่าเป็นประเภทใด เหมาะกับใคร ส่งเมื่อไหร่ ถ้างานเร่งด่วนก็ต้องรีบทำงานไหนช้าได้ ก็ จัดเตรียมไว้และเก็บพักเอาไว้ก่อนได้ เป็นต้น และเมื่องานเสร็จแล้วก็ควรเผื่อเวลาเอาไว้ตรวจทานความถูกต้องอีกรอบหนึ่งด้วยก็จะเป็นการดีซึ่งหากเราทำงานได้ตากำหนดเวลาและมีความถูกต้องเราก็จะสบายใจ อีกประการหนึ่งคือ เราควรจัดเก็บข้อมูล เอกสาร อุปกรณ์การทำงานต่างๆ ไว้ให้เป็นที่เป็นทาง ก็จะช่วยเสริมให้ทำงานได้รวดเร็วว่องไวมากขึ้นและประการสุดท้ายก็คือ กำหนดเวลางานและเวลาพักผ่อนให้สมดุลชัดเจน เนื่องจากการพักผ่อนที่เพียงพอจะทำให้เรามีสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดี หากวันนี้เราอดนอน นอนไม่เต็มอิ่ม เมื่อเราไปทำงานเราก็จะง่วงซึม ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้บ่อยๆ ก็จะทำให้เรารู้สึกเกียจคร้าน เบื่อหน่าย ได้ ดังนั้นจึงควรพักผ่อนให้เป็นเวลา ไม่นอนดึกจนเกินไป ซึ่งการพักผ่อนน้อยยังเป็นสาเหตุทำให้ร่างกาย
อ่อนแอลง เจ็บป่วยได้ง่ายอีกด้วย จึงควรปรับสมดุลร่างกายให้เหมาะสม รวมถึงถ้าเจียดเวลาสักเล็กน้อยนั่งสมาธิด้วยสักวันละยี่สิบถึงสามสิบนาที ก็จะช่วยเสริมสร้างให้เรามีสติปัญญาที่เฉียบแหลมและมีสติในการทำงานมากขึ้น รวมถึงอาจทำให้เราได้ไตร่ตรองถึงปัญหา พิเคราะห์ถึงสาเหตุและค้นพบวิธีแก้ปัญหานั้นได้ด้วยตนเองข้อแนะนำหรือเคล็ดลับทั้งสิบเอ็ดประการนี้ หากท่านได้ลองนำไปปฏิบัติใช้ เชื่อว่าจะช่วยให้ท่านนั้นมีความสุขกับชีวิตในการทำงานมากขึ้นได้อย่างแน่นอนขอขอบพระคุณข้อมูลส่วนหนึ่ง

จากนิตยสาร First Magazine
ที่มา : http://women.sanook.com/work

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Yuan class S26T submarines from China.

ส่องเรือดำน้ำ Yuan Class S26T เขี้ยวเล็บใหม่ทัพเรือไทย ค่าตัว 1.3 หมื่นล้าน !            ผ่าสเปค Yuan Class S26T กำลังเสริมใหม่กอง...